คลังเก็บ

Add to Google Reader or Homepage

Sports Blogs - Blog Rankings blog search directory Blog Directory & Search engine

PostHeaderIcon แฟรงค์ แลมพาร์ด

 3 People in 7 Days Guaranteed

แฟรงค์ แลมพาร์ด เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ 2521 เป็นนักฟุตบอลอาชีพ เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก สังกัดสโมสร เชลซี สโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แลมพาร์ด ลงเล่นให้ เชลซีไปแล้ว 310 นัด ทำประตูได้ 95 ลูก แลมพาร์ด ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ทำประตูได้ 9 ประตู มาก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ เมื่อปี พ.ศ 2542 จนถึงปัจจุบัน แลมพาร์ด ลงสนามในนามทีมชาติแล้วกว่า 77 นัด ยิงได้ 20 ประตู

แลมพาร์ด เป็นอดีตผู้เล่น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เริ่มเล่นในทีมเยาวชน เมื่อปี พ.ศ 2537 เป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ของเวสต์แฮม เมื่อปี พ.ศ 2540-2541 และช่วยให้เวสต์แฮมมีอันกับที่ดีที่สุด เท่าที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาลแข่งขัน พ.ศ 2541-2542 โดยแลมพาร์ด ยิงได้ 14 ประตู หลังจากนั้น ได้ย้ายมาอยู่กับทีมร่วมกรุงลอนดอน คือ เชลซี ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์

นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ เชลซี แลมพาร์ด กลายเป็นผู้เล่นหลักของทีม และมักจะยิงประตูได้เสมอ แลมพาร์ด เป็นผู้เล่นสำคัญที่มีส่วนทำให้ เชลซี ประสบความสำเร็จได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน ในฤดูกาลแข่งขัน ปี พ.ศ. 2547 – 2548 และ 2548 – 2549 แลมพาร์ด ต่อสัญญากับ เชลซี เมื่อปี พ.ศ 2551 กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าจ้างสูงสุด ในพรีเมียร์ ลีก ณ. ขณะนั้น ในปีเดียวกัน แลมพาร์ด ยิงประตูให้ เชลซี เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ในการลงเล่น นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกของ เชลซี และตัวเขา ในปี พ.ศ 2552 แลมพาร์ด เป็นผู้ยิงประตูชัย ให้ เชลซี เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ เป็นครั้งที่ 2 ของตัวเขาเอง

แลมพาร์ด ได้รับเลือกเป็น ผู้เล่นแห่งปี ของ เชลซี 3 ครั้ง เป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุด เป็นอันดับที่ 5 ในประวัติศาสตร์สโมสร เชลซี ด้วยจำนวนประตูรวม 146 ประตู ในจำนวนนี้ เป็นการทำประตูใน พรีเมียร์ ลีก 95 ประตู ซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้เล่น ตำแหน่งกองกลางด้วยกัน ใน เชลซี เมื่อเทียบกับ กองกลางด้วยกันแล้ว แลมพาร์ด เป็นผู้ทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ ลีก เมื่อรวมทุกนัดที่  แลมพาร์ด ลงเล่น พรีเมียร์ ลีก แลมพาร์ด ทำประตูได้ 119 ประตู นอกจากนี้ แลมพาร์ด อยู่อันดับที่ 3 ของ พรีเมียร์ ลีก ในการผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีม ทำประตู เป็นจำนวน 149 ครั้ง ในปี พ.ศ 2548 แลมพาร์ด ได้รับการโหวต จาก แฟนบอล พรีเมียร์ ลีก ให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี ได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของสื่อมวลชน ได้อันดับที่สอง ของนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของฟีฟ่า ประจำปี พ.ศ 2548 และ ได้อันดับที่ 2 รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป หรือรู้จักกันในชื่อ บัลลง ดอร์ จึงนับได้ว่า แลมพาร์ด เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก คนหนึ่ง

ในการเล่นถ้วยยุโรป แลมพาร์ด ทำประตูได้ 26 ประตู ในการลงสนามทั้งหมด 95 ครั้ง

ในการเล่นระดับทีมชาติ ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา แลมพาร์ด สวมหมวกทีมชาติอังกฤษมาแล้ว 77 ครั้ง ทำประตูไป 20 ประตู แลมพาร์ด ได้รับการโหวตจากผู้เล่นทีมชาติ อังกฤษ ด้วยกัน ให้เป็นผู้เล่นแห่งปี 2 ปี ซ้อน ในปี พ.ศ 2547 – 2548 แลมพาร์ด ทำประตูได้ 3 ประตู จาก 4 นัด ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี พ.ศ 2547 ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ปี พ.ศ 2549 แลมพาร์ด เป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีมชาติ อังกฤษ ด้วยจำนวน 5 ประตู และลงเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ปี พ.ศ 2549 ที่ประเทศเยอรมัน เป็นเจ้าภาพ ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก ปี พ.ศ 2553 แลมพาร์ด ทำประตูไป 4 ประตู ช่วยให้ทีมชาติ อังกฤษ ได้อันดับที่ 1 ของกลุ่ม ในรอบคัดเลือก ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่ อาฟริกาใต้ กลางปี 2553 นี้

แลมพาร์ด ลงเล่น พรีเมียร์ ลีก ให้ เชลซี ครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ 2544 ในแมทช์ เสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 ได้ใบแดงครั้งแรก ในแมทช์กับ สเปอร์ เมื่อ 16 กันยายน ปีเดียวกัน ฤดูกาลแข่งขันนั้น แลมพาร์ด ลงเล่นใน พรีเมียร์ ลีก ทุกนัด ทำประตูได้ 8 ประตู

ในฤดูกาลแข่งขัน พ.ศ 2546 – 2547 แลมพาร์ด ได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม ของ บาเคลย์ พรีเมียร์ ลีก ประจำเดือน กันยายน เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม จากการโหวตของแฟนบอล พรีเมียร์ ลีก ในเดือน ประจำเดือนตุลาคม และสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันปีนั้น เชลซี ได้อันดับที่ 2 ของ พรีเมียร์ลีก เป็นรองเพียง อาร์เซน่อล ซึ่งฤดูกาลแข่งขันนั้น ไม่แพ้ทีมใดเลยในการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก
แลมพาร์ด มีรายชื่อในทีมยอดเยี่ยมแห่งปี พ.ศ 2547 ที่โหวตโดยแฟนบอล แลมพาร์ด ทำประตูได้ 10 ประตูในฤดูกาลแข่งขันนั้น นอกจากนั้น แลมพาร์ด ยังทำประตูได้อีก 4 ประตูจาก 14 แมทช์ ที่ลงเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่งผลให้ เชลซี เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเจอกับ โมนาโก จาก ฝรั่งเศส แลมพาร์ด สามารถทำประตูได้ แต่ เชลซี แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-5 จึงตกรอบไป

ฤดูการแข่งขัน พ.ศ 2547 -2548 แลมพาร์ด ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ได้ 13 ประตู  พ.ศ 2548 – 2549 ทำประตูได้ 16 ประตู เป็นสถิติสูงสุด ในการทำประตูในหนึ่งฤดูกาล ของผู้เล่นตำแน่งกองกลาง  พรีเมียร์ ลีก พ.ศ 2549 – 2550 จอห์น เทอร์รี่ ได้รับบาดเจ็บ แลมพาร์ด ต้องรับหน้าที่เป็น กัปตันทีม เชลซี แทน พ.ศ 2550-2551 แลมพาร์ด ทำประตูให้ เชลซี ครบ 100 ประตู ในแมทช์ที่ เชลซี ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 3-1 รายการ เอฟเอ คัพ รอบที่สี่

13 สิงหาคม พ.ศ 2551 แลมพาร์ด ต่อสัญากับ เชลซีอีกครั้ง ด้วยสัญญา มูลค่า 39.2 ล้านปอนด์ ทำให้ แลมพาร์ด เป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าจ้าง สูงสุดใน พรีเมียร์ ลีก เดือนตุลาคม ปีเดียวกัน แลมพาร์ด ได้เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยม ประจำเดือน ของ พรีเมียร์ ลีก แลมพาร์ด ได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของ เชลซี ในฤดูกาลแข่งขัน พ.ศ 2551 – 2552

ฤดูการแข่งขัน พ.ศ 2552 – 2553 เชลซี ในฐานะ รองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล พ.ศ 2551 – 2552  และ แชมป์ เอฟเอ คัพ ลงเล่น กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล พ.ศ 2551 – 2552 ในรายการ คอมมูนิตี้ ชิลด์ นาทีที่ 72 แลมพาร์ด ทำประตูได้ 1 ประตู ผลเสมอ 2-2 ในเวลา 90 นาที แลมพาร์ด เป็นคนยิงลูกตัดสินในการดวลจุดโทษ ให้เชลซี ชนะ แมนฯยู ไป 4-1 ได้แชมป์มาครอง

มีนาคม พ.ศ 2553 แลมพาร์ด เป็นผู้ทำประตูขึ้นนำ 1-0 และเป็นผู้เตะมุมให้ จอห์น เทอร์รี่ โหม่งทำประตู ทำให้ เชลซี เอาชนะ 2-0 เหนือ สโต๊ค ซิตี้  ในรายการ เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย และ แลมพาร์ด ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ ของ เชลซี ในการลุ้น ดับเบิ้ลแชมป์ อีกครั้ง ในฤดูกาลแข่งขัน พ.ศ 2552 – 2553

13 มี.ค พ.ศ 2553 แลมพาร์ด เป็นกำลังสำคัญของเชลซี ในแมทช์ชนะ เวสต์แฮม 4-1 นาทีสุดท้าย แลมพาร์ด เป็นคนยิงประตูจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ  แลมพาร์ด ยิงด้วยเท้าขวาแต่ถูกผู้รักษาประตูเวสต์แฮมปัดออกมาเข้าทาง ดร็อกบา ซ้ำเข้าไป เป็นลูกสุดท้าย ให้เชลซี เอาชนะ เวสต์แฮม ขาดลอย ไปด้วยสกอร์ 4-1 ดังกล่าว

มีรายงานจากสื่อของอังกฤษ ว่า แลมพาร์ด เป็นผู้ที่มี IQ สูง ด้านชีวิตส่วนตัว แลมพาร์ด มีลูก 2 คน โดยปัจจุบัน  แลมพาร์ด แยกทางกับภรรยาแล้ว

24 มีนาคม 2553 แลมพาร์ด ลงเล่นนัดตกค้างให้ เชลซี เอาชนะ พอร์ทสมัธ 5-0 ถึงถิ่น โดย แลมพาร์ด เป็นผู้ส่งบอลให้ มาลูด้า ทำประตูนำ 2-0 แลมพาร์ด เป็นผู้ยิงไปโดนปัดออกมา ก่อนที่มาลูด้าจะยิงซ้ำเป็น 3-0 และ แลมพาร์ด เป็นคนโหม่งทำประตูที่ 5 ทำให้ เชลซี แซง อาร์เซน่อล ขึ้นเป็นรองจ่าฝูง ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 1 คะแนน

27 มีนาคม 2553 เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ไปด้วยสกอร์มโหฬาร 7-1 โดย แลมพาร์ด ทำไป 4 ประตู  2 ใน 4 ประตู เป็นลูกจุดโทษ นับเป็นการทำ 4 ประตู ในนัดเดียวครั้งแรก ในชีวิตของ แลมพาร์ด ทำให้เชลซี ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงอยู่ 1 คะแนน ประตูได้-เสีย เชลซี ดีกว่า 2 ประตู ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 นัด

3 เมษายน 2553 แลมพาร์ด เป็นกำลังหลัก ลงเล่นให้ เชลซี ไปเยือน แล้วเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น 2-1 ทำให้ เชลซี แซงเป็นจ่าฝูง โดย เชลซี นำ 2 แต้ม เหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัด

10 เมษายน 2553 แลมพาร์ด ลงเล่น รอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ เจอกับ แอสตัน วิลล่า ที่ นิว เวมบลีย์ แลมพาร์ด เป็นผู้ทำประตูปิดท้าย ให้เชลซี ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 เข้าไปรอป้องกันแชมป์ โดยคู่ชิงคือ พอร์ทสมัธ ที่พลิกล็อค เอาชนะ สเปอร์ส มา 2-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

17 เมษายน 2553 เชลซี แพ้ สเปอร์ส 1-2 แลมพาร์ด เป็นคนทำประตูตีตื้น ในช่วงท้ายเกม เชลซี นำ แมนฯยู อยู่ 1 แต้ม เหลือการแข่งขัน อีกเพียง 3 นัด

1 พ.ค 2553 แลมพาร์ด เป็นผู้ทำประตูปิดท้าย ให้ เชลซี บุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น 2-0 ทำให้นำ แมนฯยู อยู่ 1 แต้ม นัดสุดท้าย แลมพาร์ด เป็นผู้ยิงลูกจุดโทษ นำ 2-0 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่ เชลซี เปิดบ้าน เอา ชนะ วีแกน 8-0คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มาครองเรียบร้อย

แลมพาร์ด ในฟุตบอลโลก 2010 ที่อาฟริกาใต้

- แลมพาร์ดทำประตูนำ 1-0 ก่อนเสมอ สหรัฐอเมริกา 1-1 ในนัดเปิดสนามของทีมชาติอังกฤษ

- นัดที่ 2 แลมพาร์ด ลงเล่นเป็นตัวจริง ในนัดเสมอกับ แอลจีเรีย 0-0

ขอบคุณ ข้อมูลจาก

http://en.wikipedia.org

 3 People in 7 Days Guaranteed

One Response to “แฟรงค์ แลมพาร์ด”

Leave a Reply