สแตมฟอร์ด บริดจ์
สแตมฟอร์ด บริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามเหย้าของเชลซี ตั้งอยู่ใน เขต ฟูแล่ม บริเวณที่ตั้ง เป็นเขตติดต่อ ระหว่างเขต ฟูแล่ม กับเขต เชลซี ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แฟนเชลซี มักเรียกชื่อเล่นของสแตมฟอร์ด บริดจ์ ว่า เดอะบริดจ์ ซึ่งเป็นสนามใหญ่อันดับต้นๆ ของพรีเมียร์ ลีก แต่เล็กที่สุดในบรรดาบิ๊กโฟร์ สแตมฟอร์ด บริดจ์ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสกอตแลนด์ สามารถจุผู้ชมได้ 42,500 ที่นั่ง เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ 2420
ช่วงแรก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกใช้เป็นสนามกรีฑาของ ลอนดอน แอธเลติค คลับ อยู่จนกระทั่งปี พ.ศ 2447 ก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อกรรมสิทธิ์ที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของสองพี่น้อง กัสและเจที เมียร์ส ที่ต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น คือในปี พ.ศ 2441 สแตมฟอร์ด บริดจ์ เคยใช้เป็นที่แข่งขันกีฬาชิงแชมป์โลก ชนิดหนึ่งเรียกว่า shinty เป็นกีฬาเก่าแก่ของสก็อตแลนด์ วิธีการเล่นคล้ายฮ็อกกี้
ช่วงนั้น มีการเสนอ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้เป็นสนามเหย้าของ ฟูแล่ม เอฟซี ทว่าโดนปฎิเสธ มีการเสนอขายที่ดินให้บริษัทอื่นไป แต่ท้ายสุดมีการรวมตัวสร้างทีม เชลซี ฟุตบอล คลับ ขึ้นมา และ เนื่องจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกออกแบบมา เพื่อใช้เป็นลู่วิ่ง แข่งกรีฑา และเล่นกีฬากลางแจ้ง สนามและอัฒจันทร์ จึงถูกคั่นด้วยลู่วิ่ง ซึ่งตอนนั้นมีอัฒจันทร์ยาวเหยียดทางฝั่งตะวันออก จุแฟนยืนดูได้ 5,000 คน ขณะที่ด้านตะวันตกเป็นเนินสูง สร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ได้จากการขุด พื้นดินเพื่อก่อสร้าง ทางรถไฟใต้ดิน ของกรุงลอนดอน ในบริเวณใกล้ๆกัน
ช่วง 3 ปีแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกใช้เป็นสังเวียนชิงแชมป์ เอฟ เอ คัพ ชื่อทีมที่ขึ้นก่อนเป็นผู้ชนะในแต่ละปีดังนี้
ปี พ.ศ 2463 แอสตัน วิลล่า – ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ผู้ชม 50,018 คน
ปี พ.ศ 2464 ทอตแนม สเปอร์ส – วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอส์ ผู้ชม 72,805 คน
ปี พ.ศ 2465 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์- เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ผู้ชม 50,018 คน
ปี พ.ศ 2473 สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีการสร้างคันดินเป็นอัฒจันทร์ยืน ด้านทิศใต้ขึ้นมา เพิ่มเติม เป็นอัฒจันทร์ด้านเดียวที่มีหลังคา กลายมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เชด เอนด์ และได้กลายเป็นศูนย์รวมของแฟนบอล ฮาร์ดคอร์ ของเชลซี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
อัฒจันทร์ปัจจุบัน
- อัฒจันทร์ Matthew Harding (Matthew Harding Stand) ชื่อเดิมคือ อัฒจันทร์ด้านเหนือ ความจุ 10,884
- อัฒจันทร์ด้านตะวันออก (East Stand) ความจุ 10,925
- อัฒจันทร์ เชด เอนด์ (Shed End Stand) ความจุ 6,831
- อัฒจันทร์ด้านตะวันตก (West Stand) ความจุ 13,500
แมทช์การแข่งขันนานาชาติ ที่เคยจัด
- 11 ธันวาคม พ.ศ 2452
อังกฤษ สมัครเล่น 9-1 ฮอลแลนด์
- 5 เมษายน พ.ศ 2456
อังกฤษ 1-0 สก็อตแลนด์
- 20 พฤศจิกายน พ.ศ 2472
อังกฤษ 6-0 เวลส์
- 7 ธันวาคม พ.ศ 2475
อังกฤษ 4-3 ออสเตรีย
- 11 พฤษภาคม พ.ศ 2489
อังกฤษ 4-1 สวิตเซอร์แลนด์
ในสมัย เคน เบตส์ เป็นประธานสโมสร ได้มีการปรับปรุง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพิ่มเติมขึ้นมาอีกหลายส่วนเช่น โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ บาร์ ภัตตาคาร เมกะสโตร์ เป็นต้น แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จน โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเชลซี ในปี 2546 สแตมฟอร์ด บริดจ์และ เชลซี ก็พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุด ใน ประวัติศาสตร์สโมสร
ในปี 2548 เป็นช่วงเวลาฉลองครบรอบ 100 ปี หรือ 1 ศตวรรษ สโมสรเชลซี จึงได้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์เชลซี หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์ 1 ศตวรรษ ขึ้นภายใน สแตมฟอร์ด บริดจ์
ในอนาคต สแตมฟอร์ด บริดจ์ ภายใต้การบริหารงานของ โรมัน อบราโมวิช จะมีการเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับแฟนบอลเป็น 55,000 ที่นั่ง แต่เนื่องจาการจราจรในกรุงลอนดอนชั้นใน รวมทั้ง แถว สแตมฟอร์ด บริดจ์ ติดขัดมากๆ จึงเป็นไปได้ที่อาจมีการย้าย สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปอยู่ที่ใหม่ ในที่ที่การจราจร คล่องตัวกว่า
มีนาคม พ.ศ 2553 สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังคงยังไม่ย้ายไปไหน เและเป็นสนามเหย้าของ เชลซี ที่ผู้มาเยือน ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมีคะแนน หรือ ประสบความพ่ายแพ้ ให้แก่ เชลซี เจ้าบ้าน อยู่เสมอๆ ล่าสุด 27 มี.ค เชลซี เปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ไปแบบถล่มทลาย 7-1 ทำให้ เชลซี กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดี มีลุ้น แชมป์ พรีเมียร์ ลีก และ เอฟเอ คัพ
ขอบคุณ ข้อมูลจาก
http://en.wikipedia.org

